วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
Proj ect 1 : window display > ร้านค้าสวัสดิการ
site
analysis
จากการศึกษาข้อมูลเบื่องต้นของการจะจัด window display ของร้านค้าสวัสดิการของมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม จากการศึกษาและวิเคราะห์การออกแบบและการจัดว่างทั้งภายร้านแล้วหน้าร้าน ของร้าค้าสวัสดิการ ดูแล้วยังไม่น่าสนใจเท่าที่ควรและจากการสังเกตุยังไม่สามารถดึกเอาความน่าสนใจจากลูกค้าได้พอสมควร ร้านค้าสวัสดิการยังไม่มีความโดดเด่น และในบริเวณนั้นถ้าไม่เปิดไฟล์ก็จะมืดมาก ไฟล์ที่ติดก็ยังทำความสว่างยังไม่เพียงพอ จึงมีแนวคิดและการตกแต่งร้านค้าขึ้นมาใหม่แต่จะยืดและตกแต่งจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ร้าค้าสวัสดิการ มีจุดที่หน้าสนใจดึกดูดลูกค้าทั้งภายมหาลัยและคนที่ผ่านไปมาภายในมหาลัยอีกด้วย ตัวอย่างภาพร้านค้าสวัสดิการที่จะตกแตกหรือ Design เพิ่มเติม ภาพประกอบข้อมูล
Case Study
หลักการจัด VISUAL/Display Design ก็จะพูดถึงเรื่องการจัดตกแต่งDisplayแบบต่างๆ (หมายเหตุ : รูปภาพ ผมได้นำมาหรือคัดลอกมาจากเว็บต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศและมาประกอบการเรียนของผมก็เพื่อที่จะให้เห็นภาพและอ้างอิงข้อมูลที่จะออกแบบร้านค้า งานทางด้านนี้..มิได้มีเจตนาทางการค้าได้-เสียหรือทำให้เสียหายแต่อย่างใด
ขอเพิ่มเติมคำว่า “Trend" ในความเข้าใจของผมเองนะครับว่า มันคือแนวโน้มหรือกระแสนิยมของสังคม ฌ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งกินระยะเวลานานกว่าคำว่าแฟชั่น โดยเทรนด์นั้นจะถูกกลุ่มนักออกแบบ หรือองค์กร หรือสถาบันที่เชื่อถือได้ มาทำการรวบรวมว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไรโดยใช้ข้อมูลจากอุตสหกรรมต่างๆ มาประเมิณ เช่น อุตสหกรรแฟชั่น,เฟอร์นิเจอร์ หรือ อุตสหกรรมที่เกี่ยวกับทางด้านงานออกแบบแล้วทำวิเคราะห์แล้วสรุปข้อมูลต่างๆ ฉนั้นข้อมูลกันเหล่านี้ นำมาเพื่อเป็นตัวอย่างและใช้เป็นตัวอย่างในการออกบ Display ร้านค้าสวัสดิการมหาวิทยาลัยจันทรเกษม ซึ่งจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็อยู่ที่การนำไปใช้ของมนุษย์นั้นเอง หรือตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติหรือสงคราม. แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นจริง..
และในตัวอย่างนี้ คือการ The Candy Room (ร้านขายลูกกวาด) by Red Design Group รูปร้านขายลูกกวาดที่มีเอกลักษณ์ความเรียบง่ายจนกลายเป็นความโดดเด่น ที่เรียกร้องและดึงดูดความน่าสนใจเป็นอย่างมากทั้ง ตัวสินค้าที่แสดงความโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน บนพื้นที่เป็นระนาบสีขาวตัดกับเส้นสายสีดำที่เป็นอารมณ์ของลายการ์ตูนที่มันสอดคล้องกับตัวสินค้าที่เป็นขนม (ลูกกวาด) หรือความเป็นเด็ก ได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศภายในร้านโดดเด่นด้วยตัวสินค้า การสัญจรภายในร้านเดินเป็นวงกลมทำให้เห็นสินค้าได้ครบถ้วน ตรงกลางร้านมีเกาะกลางสำหรับวางสินค้า ผนังด้านข้างเป็นชั้นวางสินค้าโดยรอบ
ที่มาของข้อมูล : http://displaybybe101.blogspot.com
เทรนด์การตกแต่งร้านค้าปลีก (Retail environments) จากวัสดุ 5 ประเภท
หมวด “วัสดุล้ำยุค” โดย Material ConneXion® Bangkok
เทคโนโลยีและวัสดุใหม่ๆ สามารถยกระดับสภาพแวดล้อมของร้านค้าปลีก และดัดแปลงให้เข้ากับผู้บริโภค มีอยู่ 5 ประเภท เช่น
1. วัสดุที่เปลี่ยนแปลงได้เมื่อโดนแสง (Materials Altered by light)
นักออกแบบมักจะชื่นชอบแนวคิดของวัสดุที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าสิ่งทอที่เปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงหรือเทคโนโลยี solar ink จะไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไป แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมักนำแนวคิดจากของเดิมเหล่านี้ มาสร้างให้ได้ผลลัพท์ใหม่ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ตัวอย่างเช่น เมื่อสิ่งทอที่สามารถเปลี่ยนสีได้ (Woven color-changing textiles) โดนแสงอาทิตย์หรือแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หมึกที่พิมพ์ไว้จะเปลี่ยนสี วัสดุนี้สามารถนำมาใช้เป็นแผ่นติดผนัง ผลิตภัณฑ์ ผิวชั้นนอกของเฟอร์นิเจอร์ โป๊ะไฟ และอื่นๆ โดยการเปลี่ยนสีของผ้าจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในทำนองเดียวกัน Energlo คือผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำและเรืองแสงได้ในความมืดในอัตราเฉลี่ยสามถึงหกชั่วโมง จึงเหมาะสมกับการนำไปใช้ผลิตเสื้อกีฬา เสื้อผ้าสำหรับใส่กลางแจ้ง และมีแนวโน้มที่จะนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดด้วย
ผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่ง คือ Scintilla วัสดุปิดผิวอะคริลิกที่มีความโปร่งใสและโปร่งแสง โดยมีแผ่นอะคริลิกฝังอยู่ในตัวซึ่งจะทำให้เกิดแสงและเงาที่เป็นเอกลักษณ์ กล่าวคือเมื่อนำแผ่นเหล่านี้มาจัดวาง และเลื่อนมือผ่านบริเวณวัสดุ ก็จะทำให้เกิดการเล่นของแสงและเงาขึ้น ซึ่งวัสดุนี้สามารถนำไปใช้ปูพื้น ผนัง แผ่นติดผนัง เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ
เราเชื่อว่าการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดแนวทางใหม่ๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากแสงในการตกแต่งร้านค้าปลีกต่อไป
2. วัสดุที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า (Conductivity)
สถาปนิกและมัณฑนากรส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยี LEDs กันมาก โดยเฉพาะ LEDs ประเภทที่มิได้เป็นเพียงไฟที่ให้ความสว่างเท่านั้น แต่ยังช่วยสื่อข้อมูลได้ด้วย ซึ่งในขณะนี้ได้มีระบบการสื่อสารข้อมูลผ่านตัวนำกระแสไฟฟ้า (Conductive information system) ที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับจังหวะการเคลื่อนไหว ภาพ และเสียงได้ตามต้องการ
บริษัทหนึ่งจากประเทศเยอรมนีได้ผลิตสิ่งทอสำหรับปูพื้นที่มีการรวม RFID เข้าไปด้วยเพื่อนำมาใช้ในระบบนำทางและระบบโลจิสติก โดยเมื่อนำผ้า non-woven มาปูบนพื้นแล้วสามารถวางพรมทับลงไปได้ จากนั้นกลไกที่เชื่อมกับระบบในพื้นจะเคลื่อนไหวภายในช่องว่างที่ควบคุมโดยแถบ RFID ระบบนี้ใช้แถบ RFID เพื่อสร้างการเคลื่อนไหว
มีระบบของการสื่อกระแสไฟฟ้าอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า IMPAtouch สามารถเปลี่ยนแผ่นกระจกให้กลายเป็นส่วนควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยใช้หลักการเดียวกับเทคโนโลยี touch-screen จึงทำให้ไม่ต้องมีปุ่มกด และสามารถผนวกระบบภาพอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับกระจกได้อย่างแนบเนียน ระบบนี้สามารถนำไปใช้ได้กับโสตทัศน์ วีดิทัศน์ และอุปกรณ์ของสตูดิโอ รวมถึงเทคโนโลยีการสื่อสารและการก่อสร้างอีกด้วย
เทคโนโลยี Brillion conductive ink เป็นการรวมของหมึกที่นำไฟฟ้าได้ (conductive ink) เข้ากับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้เกิดเสียงและแสงโดยไม่ใช้สายไฟ หมึกแบบนี้สามารถกำหนดให้เป็นสีต่างๆ ได้มากมาย และนำไปใช้กับวัสดุได้หลากหลาย เช่น กระดาษ ผ้า และพลาสติก และยังสามารถสัมผัสเพื่อสั่งงานได้จากหลายตำแหน่ง
นอกจากนี้ยังมีการนำระบบไฟ 3D display cube LED มาเชื่อมต่อกับบริเวณพื้นที่จัดแสดงสินค้า เพื่อใช้ออกแบบงานสามมิติและภาพเคลื่อนไหว โดยนำแต่ละหน่วยมาประกอบติดกันเพื่อสร้างรูปทรงต่างๆ และสามารถแสดงภาพ การเคลื่อนไหว ข้อความ และสีตามที่ต้องการได้
3. วัสดุที่ตอบสนองได้ (Responsive materials)
วัสดุที่สามารถเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว และสามารถจดจำรูปร่างเดิมได้เพื่อสื่อสารข้อมูลนั้นมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น การตกแต่งร้านค้าปลีกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปใช้วัสดุที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น วัสดุที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงด้วยอุณหภูมิ และเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวที่ช่วยกระตุ้นประสบการณ์ในการซื้อสินค้าได้มากขึ้น
วัสดุอิลาสโตเมอร์ซิลิกอนที่สามารถขึ้นรูปได้ (silicon elastomer modeling material) ผลิตโดยบริษัทในสหราชอาณาจักร เป็นวัสดุที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปขึ้นรูปเป็นรูปร่างใดๆ ก็ได้ และสามารถบ่มให้มีลักษณะแข็งได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์นี้ชื่อ Sugru มีสีสันและรูปทรงต่างๆ ให้เลือกมากมาย สามารถใช้เชื่อมกับอะลูมิเนียม เหล็ก เซรามิก แก้ว และพลาสติก เพื่อเพิ่มมิติได้ วัสดุนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ P-O-P display ไปจนถึงการใช้เป็นแผ่นติดผนัง นอกจากนี้ผ้าที่สามารถคืนรูปได้ และผ้า non-woven ที่สามารถสร้างรูปทรงสามมิติ ก็จัดอยู่ในวัสดุประเภทนี้ด้วย
ผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งตัว คือ แผ่นที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหว ที่เรียกว่า Sensacell โดยแถบสี LED จะสว่างขึ้นหากมีการเคลื่อนไหวเหนือแผ่นนั้นๆ และสามารถทำงานผ่านวัสดุโปร่งแสงได้ มีการนำมาใช้ในงานหลายอย่างรวมถึง P-O-P display และใช้ในการตกแต่งภายในด้วย
4. วัสดุเลียนแบบธรรมชาติ (Biomimicry)
แม้ว่าคำๆ นี้เป็นคำที่ได้รับความนิยมมาหลายปีแล้ว เราเชื่อว่าหลายๆ แนวคิดในการผลิตวัสดุนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคิดค้นเทคโนโลยีวัสดุใหม่ๆ
อีกหนึ่งวัสดุที่ได้รับความสนใจคือ ตัวยึดที่มีลวดลายเลียนแบบลักษณะของผิวหนังปลาฉลาม (และสามารถป้องกันจุลินทรีย์ได้) เรียกว่า Sharklet SafeTouch วัสดุนี้เป็นอะคริลิกที่มีประสิทธิภาพสูง โปร่งแสง และมีผิวสัมผัสซึ่งติดอยู่บนสติกเกอร์โพลีเอสเทอร์ สามารถนำไปใช้กับอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมที่ต้องการคุณสมบัติในการต้านจุลินทรีย์ซึ่งจำเป็นสำหรับบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง
SkinBag เป็นวัสดุที่มีแนวคิดเดียวกัน โดยเป็นแผ่นยางที่มีลาเท็กซ์เป็นส่วนประกอบหลัก ทำเลียนแบบผิวหนัง ซึ่งแสดงลักษณะทั้งริ้วรอยและเส้นเลือด วัสดุนี้สามารถเย็บ ติดกาว และใช้ได้โดยไม่ต้องเย็บขอบ
กระบวนการผลิตอีกอย่างหนึ่ง คือ Octamold ซึ่งเป็นวัสดุแกนโครงรังผึ้งที่มีลักษณะสามมิติ มีน้ำหนักเบา เลียนแบบรูปร่างของฟองสบู่ที่ติดกันเพื่อใช้เป็นวัสดุทางเลือกของแผ่นพาร์ติเคิลบอร์ด และสามารถนำไปใช้เป็นโครงสร้าง แผงผนัง ชิ้นส่วนประกอบต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ
สิ่งที่เข้าใกล้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้นไปอีก คือแผ่นกระเบื้องที่ทำจากหนังปลาแซลมอนประกบผิวโฟม และใช้ไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นสูงเป็นแผ่นหลัง หนังเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่จากอุตสาหกรรมฟาร์มปลาแซลมอนในประเทศชิลี
5. การสื่อข้อมูลโดยใช้การเล่นระดับ (Layered information)
การพัฒนาของเทคโนโลยีการพิมพ์ใหม่ๆ ทำให้นักออกแบบสามารถคิดงานได้หลากหลายขึ้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์สำหรับกระดาษ เซรามิค พลาสติก และอื่นๆ ประสบความสำเร็จในการพิมพ์ภาพและสร้างผิวสัมผัสแบบใหม่ โดยเพิ่มประสบการณ์ในการสัมผัสและความรู้สึกร่วมในผลิตภัณฑ์นั้นๆ
หนึ่งในเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เรียกว่า Think 4D จากประเทศแคนาดา มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติความเร็วสูงเพื่อที่จะวางรูปร่างและผิวสัมผัสให้เป็นลักษณะสองมิติ ซึ่งสามารถผลิตให้มีสัมผัสและรายละเอียดความนูนสูงต่ำได้ตามที่กำหนด
เครดิต: แปลจากบทความ “Five Material Trends for Retail Environments” วารสาร Retail Environments Magazine ฉบับเดือนสิงหาคม/กรกฎาคม 2553 โดย Beatrice Ramnarin
IDEA
SKETCH
แบบร่าง ครั้งที่ 1
แบบร่าง ครั้งที่ 2 (3 แบบ)
แบบที่ 1
แบบที่ 2
แบบที่3
Concept
แนวการออกแบบร้านค้าสวัสดิการ ออกแบบให้ดูหน้าสนใจ โดยการเพิ่งจดสนใจของลูกค้า ที่เดินผ่านไปมา โดยได้ออกแบบ หน้าร้านหรือทางเข้า ด้วยการ ติดดวงไฟให้สว่างขึ้นกว่าเดิ ติดภาพถ่ายอิงเจ็ททั้งภาพมหาลัย และนักศึกษา ส่วนตรงกลางจะติดภาพมหาวิทยาลัย และใส่ตรามหาวิทยาลันเข้าไปด้วย แล้วทำตัวอักษรร้านค้าสวัสดิการให้ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้คือแนวคิดการในการออกแบบทั้งหมด
สรุปแบบร่าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

































